หมดเวลาลูกรัก เปิดสาเหตุมาดริดเลิกทน‘เบล’จนต้องเร่ขายทิ้ง

นับตั้งแต่แกเร็ธ เบล ย้ายจากท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ไปร่วมทัพเรอัล มาดริด ในปี 2013 ด้วยค่าตัว 101 ล้านยูโร ซึ่งเป็นสถิตินักเตะแพงที่สุดในโลกของเวลานั้น ชีวิตของปีกความเร็วสูงในถิ่นซานติอาโก เบร์นาเบว ไม่เคยได้อยู่อย่างราบรื่นเลย เพราะมีปัญหารุมเร้ามาตลอด

แกเร็ธ เบล และฟลอเรนติโน เปเรซ ตอนเปิดตัวเซ็นสัญญา

ปัญหาระยะแรกของเบลคืออาการบาดเจ็บรบกวน ซึ่งส่งผลกระทบให้ผลงานและการปรับตัวในช่วงย้ายเข้ามาแรกๆ ยังไม่ดีนัก ซึ่งแน่นอนว่าบรรดาสื่อสเปนก็ขยี้กันอย่างเมามัน

กราฟชีวิตของเบลดูท่าจะดีขึ้นเมื่อราฟา เบนิเตซ เข้ามาคุมทัพในฤดูกาล 2015-16 เพราะ “เอล บอส” ใช้งานเบลเป็นศูนย์กลางของทีม แต่ด้วยบารมีไม่ถึง และผลงานที่ไม่เข้าเป้า ราฟาก็เด้งออกจากตำแหน่งกลางฤดูกาล ก่อนที่สโมสรจะแต่งตั้งซีเนดีน ซีดาน จากชุดเยาวชน มาเป็นกุนซือชุดใหญ่ถาวร

แกเร็ธ เบลได้รับความไว้วางใจจากราฟา เบนิเตซ แต่ได้ร่วมงานกันแค่ครึ่งปี

ในยุคของซีดาน บทบาทของเบลลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังมีเรื่องของพฤติกรรมนอกสนาม เช่น การไปออกรอบตีกอล์ฟ จนละเลยเรื่องการเล่นฟุตบอลอาชีพ และปัญหาต่างๆ อีกมากมาย จนท้ายที่สุด ฟลอเรนติโน เปเรซ ประธานสโมสร ต้องยอมตัดใจปล่อยเบลออกจากทีม ทั้งที่ก่อนหน้านั้น ท่านประธานสนับสนุนเบลมาตลอด ถึงขั้นยอมขายคริสเตียโน่ โรนัลโด้ และเก็บเบลไว้ให้ซีดานฉุนขาดมาแล้ว

ซีดานตัดหางเบลพ้นทีม

ปัญหาไม่กินเส้นกันระหว่างเบลและซีดานเกิดขึ้นมานานแล้ว หรือจะเรียกว่านับตั้งแต่ซีดานเข้ามาคุมทีมเลยก็ได้

ท่าทีของซีดานที่มีต่อเบลเริ่มหนักข้อมากขึ้น สังเกตได้ชัดตั้งแต่ฤดูกาล 2018-19 หรือหลังจากการขายคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ให้กับยูเวนตุส ซึ่งเป็นการตัดสินใจของฟลอเรนติโน เปเรซ ประธานสโมสร เพราะซีดานต้องการให้ “เซนยอร์ เปเรซ” ขายเบล และเก็บโรนัลโด้ไว้

แกเร็ธ เบลยิง 2 ประตูในนัดชิงแชมเปียนส์ ลีก ปี 2018 แต่ยังไม่พอที่จะชนะใจซีเนดีน ซีดาน

จนกระทั่งช่วงอุ่นเครื่องก่อนเปิดฤดูกาล 2019-20 ซีดานเปิดศึกเบลผ่านสื่อ ด้วยการบอกว่า “ถ้าเบลย้ายออกไปพรุ่งนี้เลย มันจะดีนะ” ซึ่งเป็นคำสั้นๆ แต่แสดงออกว่าไล่ไปให้พ้นๆ เร็วเท่าไรยิ่งดี แต่สุดท้าย เบลก็ได้แค่เกือบย้ายไปจีน

ภาพหน้าปกหนังสือพิมพ์มาร์กา ซึ่งรายงานเรื่องเบลกำลังจะย้ายไปจีนช่วงซัมเมอร์

อย่างไรก็ดี ช่วงต้นฤดูกาล ซีดานจำเป็นต้องใช้งานเบล เพราะไม่มีตัวรุกที่ฝากผีฝากไข้ได้ และความสัมพันธ์ดูเหมือนจะเริ่มดีขึ้นบ้าง แต่เมื่อเบลไม่มีชื่อติดทีมในเกมเยือนคลับ บรูจจ์ ซึ่งสื่อรายงานว่า ซีดานกังวลเรื่องอาการบาดเจ็บของเบล แต่ฝั่งเบลคิดว่า ซีดานต้องการตัดให้ออกจากทีมไป และหลังจากนั้น สถานการณ์ก็แย่งลงจนบานปลายถึงเรื่องอื่นด้วย

เปเรซไม่ทนเบล สั่งขายไปให้พ้น

หนังสือพิมพ์ อาส ซึ่งเน้นรายงานข่าวเกี่ยวกับมาดริด รายงานว่า ผู้บริหารมาดริดก็ไม่พอใจกับปัญหาต่างๆ ของเบล เริ่มจากการมีชื่อติดทีมชาติเวลส์ ในเกมคัดเลือก ยูโร 2020 ช่วงโค้งสุดท้าย ในเดือน พ.ย. 2019 ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้ลงสนามให้กับสโมสรมานานเกือบเดือน เพราะมีปัญหาเรื่องสภาพร่างกาย ซึ่งการไปลงเล่นกับทีมชาติทั้งที่มีอาการบาดเจ็บติดตัวอาจทำให้เบลกลับสโมสรด้วยอาการบาดเจ็บเพิ่มเติมอีก

แม้อาจจะไม่ได้ลงสนามกับสโมสร แต่เมื่อเล่นทีมชาติ แกเร็ธ เบลยังเป็นตัวหลักทุกครั้ง

ขณะเดียวกัน มาดริดยังไม่พอใจเบลเรื่องการเดินทางไปกรุงลอนดอน ช่วงปลายเดือน ต.ค. 2019 เพื่อไปคุยกับโจนาธาน บาร์เน็ตต์ เอเย่นต์คู่กาย เรื่องความเป็นไปได้ในการขอย้ายทีม ทั้งที่ช่วงเวลาดังกล่าว ทีมมีโปรแกรมเตะตามปกติ

หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์อาส เสียดสีแกเร็ธ เบล ด้วยข้อความทริปเปิ้ล โบกี้ หมายถึง 3 เหตุผลที่หมดอนาคตกับมาดริด

นอกจากนี้ เบลยังฝ่าฝืนกฎระเบียบของสโมสร ด้วยการออกจากสนามก่อนหมดเวลาเมื่อทีมได้ลงเล่นในบ้าน โดยกฎของมาดริดคือ นักเตะที่ไม่มีชื่อลงเล่นและไม่อยู่ในม้านั่งสำรองจะต้องชมเกมบนอัฒจรรย์ตั้งแต่เริ่มเกมจนจบเกม แต่เบลเลือกที่จะกลับออกไปในนาที่ที่ 82 และ 84 ในเกมกับเลกาเนส และเรอัล เบติส ซึ่งเป็นการกระทำที่สโมสรมองว่าไม่เหมาะสม